04/04/2018

ถ้าหวง อย่ามาเขียนให้คนอ่าน!

       

       ขณะใช้เวลาว่างท่องโลกอินเทอร์เน็ตตามกิจวัตรของมนุษย์ยุค 4G ผมพลันต้องสะดุดตากับภาพหนึ่งที่เพื่อนในเฟซบุ๊กโพสต์เอาไว้ เป็นภาพการแสดงความเห็นจากเพจแจกนิยายผิดกฎหมายเพจหนึ่ง โดยเจ้าของเพจแจ้งว่านิยายเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่ประพันธ์โดย รอมแพง นั้นไม่สามารถแจกฟรีได้อีกแล้ว เพราะเจ้าของนิยายไปแจ้งความเพื่อเอาผิด โดยมีลูกเพจมาแสดงความเห็นด้วยประโยคว่า

 

 

       “แชร์ไปเลยค่ะ อย่าหยุด ถ้าหวง อย่ามาเขียนให้คนอ่าน”
       “อีห่าลาก!!! ”ผมอุทานเสียงดังทันที
       คือมึงต้องถูกเลี้ยงดูมาในสภาพครอบครัวแบบไหน ต้องเติบโตมาในสภาพสังคมยังไง ถึงมีตรรกะความคิดที่วิบัติขนาดนี้ได้วะ
       ผมอ่านที่เจ้าของเพจแจกนิยายฟรีออกมาโพสต์แสดงจุดยืนว่าที่ต้องทำแบบนี้ เพราะอยากให้คนไทยเข้าถึงหนังสือดี ๆ และมีนิสัยรักการอ่าน แต่ถ้าคุณรักการอ่านจริง ๆ ก็ควรแหกตาอ่านกฎหมาย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ดูบ้าง ว่าการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มันเป็นการทำผิดกฎหมายโว้ย! 

 

 

       จากที่ตามเผือกจึงรู้ว่า แท้จริงแล้วแอดมินเพจรู้อยู่แล้วละว่าการกระทำของตัวเองนั้นผิดกฎหมาย ซึ่งนั่นยิ่งนับได้ว่า ‘เลว’ อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะพฤติกรรมของตนทำให้เจ้าของนิยายและสำนักพิมพ์ที่ควรได้รายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้สมกับความเหน็ดเหนื่อยที่ได้ลงทุนลงแรงไป ต้องมาเสียรายได้ของตัวเองลงจากการละเมิดลิขสิทธิ์แบบหน้าด้านเช่นนี้ 
       แต่ไอ้คนรอรับส่วนบุญด้วยการโหลดของฟรี ที่พอไม่มีให้โหลดก็ออกมาด่าเจ้าของนิยายแบบเสียหาย
       ...แม่งเลวยิ่งกว่า!    
       สำหรับบางคนที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดกฎหมาย ทั้งการปล่อยให้โหลดและการโหลดฟรี อันนั้นพอเข้าใจได้ (ทั้งที่ไม่อยากเข้าใจเลยว่ะ) ว่าการประชาสัมพันธ์เผยแพร่กฎหมายให้ประชาชนตระหนักรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไม่มีประสิทธิภาพมากพอ แต่คนที่รู้ดีแก่ใจแล้วยังทำอีกพฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับโจรที่ไปจี้ปล้นขโมยทรัพย์สินของคนอื่นเลยนะ    
       

       ในฐานะที่เป็นนักเขียนคนหนึ่ง ผมเข้าใจการทำงานของนักเขียนทุกคนเลยว่า กว่าจะเขียนนิยายจบและได้ตีพิมพ์ออกมาสักเล่ม มีกระบวนการทำงานที่ยากลำบาก ทั้งหาข้อมูล เขียนพล็อต เขียนรายละเอียด เขียนเนื้อเรื่องส่งสำนักพิมพ์พิจารณาก็ต้องรอเวลาหลายเดือน ถ้าผ่านก็ใช่จะได้เป็นเล่มเลย ต้องมีการปรับแก้อีกหลายต่อหลายรอบ กว่าจะได้เงินค่าต้นฉบับมาก็เหน็ดเหนื่อยมากพออยู่แล้ว ยิ่งมาถูกละเมิดลิขสิทธิ์กันอย่างง่ายดายแบบนี้ ก็ยิ่งพานให้เหนื่อยจนท้อใจ อยากเลิกอาชีพนี้ไปให้พ้น ๆ 
       ผมโคตรแปลกใจกับความย้อนแย้งของประเทศไทยเลย บ้านเราเป็นเมืองพุทธ คนไทยทุกคนท่องศีลห้าได้ขึ้นใจตั้งแต่วัยอนุบาล รู้เต็มอกว่าศีลข้อสองคือห้ามลักทรัพย์ แต่ประเทศไทยกลับถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในโลก 

       

       ถ้าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่เห็นภาพว่าการแจกนิยายละเมิดลิขสิทธิ์มันผิดมากหรืออย่างไร มันร้ายแรงแค่ไหน ผมขอยกตัวอย่างนักเขียนเปรียบเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง เปิดร้านให้คนมาซื้อข้าว อยู่ดี ๆ ดันมีขโมยแอบเข้ามาในร้าน หยิบข้าวไปโดยไม่จ่ายเงิน ซ้ำร้ายยังไม่ได้หยิบไปแค่จานเดียว กลับเอาไปมากมายหลายสิบหลายร้อยจานไปแจกจ่ายให้คนอื่น เงินที่ควรจะได้เป็นค่าข้าวแต่ละจานก็หายไปกับตา ต้องนั่งกอดตะหลิวร้องไห้อย่างเจ็บแค้นใจ
       แบบนี้พอเห็นภาพไหมครับว่าสิ่งที่พวกคุณทำ (ผมหมายถึงคนที่ยังละเมิดลิขสิทธิ์ที่บังเอิญแวะผ่านมาอ่านตรงนี้) มันเลวร้ายแค่ไหน
       กรณีนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสไม่ใช่เคสแรกที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ผ่านมามีนิยายหลายเรื่องจากหลายสำนักพิมพ์ถูกคนมักง่ายนิสัยเสียเอามาปล่อยให้โหลดฟรีกันอยู่เนือง ๆ หลายคนอาจโทษเทคโนโลยีที่ทำให้การละเมิดลิขสิทธิ์ทำได้ง่ายดายแค่ใช้ปลายนิ้วคลิก แต่สาเหตุจริง ๆ ผมคิดว่ามันเกิดจากกมลสันดานของมนุษย์ที่ไม่พัฒนาจิตใจให้ดีขึ้นตามความไวของเทคโนโลยี จนการทำผิดกฎหมายกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำกันอย่างแพร่หลายโดยไม่เกรงกลัวต่อความผิด
       และแม้กระบวนการทางกฎหมายในอดีตจะไม่ค่อยเอาจริงเอาจังกับคดีแบบนี้ แต่ปัจจุบัน เมื่อนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสดังเปรี้ยงขึ้นมา จนการแจ้งความของรอมแพงนำไปสู่การสร้างความสนใจให้สังคม จึงมีการประกาศผ่านสื่อโดย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ว่าผู้ที่แชร์และอ่านนิยายเรื่องนี้แบบละเมิดลิขสิทธิ์อาจเข้าข่ายความผิดด้วย แยกเป็นผู้โพสต์มีความผิดฐานทำซ้ำและเผยแพร่ โทษจำคุก 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-800,000 บาท และผู้แชร์มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โทษจำคุก 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-400,000 บาท ซึ่งตำรวจจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ และจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคนที่กระทำความผิด

 

 

       ผมก็ขอเอาใจช่วยให้คนที่ทำแบบนี้อยู่ได้รับผลกรรมเป็นการลงโทษทางกฎหมายโดยเร็ววัน ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า
       แต่ถ้าหากกฎหมายยังตามเอาผิดได้เร็วไม่ทันใจ ผมก็ขอภาวนาให้สักวันหนึ่ง มีโจรขึ้นบ้านคุณคนที่กำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ ขโมยทรัพย์สินของคุณจนเกลี้ยง และหันมาพูดกับคุณด้วยรอยยิ้มว่า
       “ถ้าหวง ก็อย่าซื้ออะไรมาไว้ในบ้านสิ”
       สาธุ!

 

ภาพประกอบ : isranews  khaosod
 

เรียบเรียงโดย

ธุวัฒธรรพ์

นักเขียน นักร้อง วิทยากร ที่มีงานอดิเรกเป็นตำรวจ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อังคาร
เมื่อความรักที่ได้มันไม่ได้มาจากหัวใจ นับประสาอะไรกับความมั่นคงที่จะตามมา ถ้าความรักและความปรารถนามันมาจากเงินตรา สิ่งที่ตามมามันก็คงคือเกมส์ เกมส์ของชีวิต รักแท้อยู่ที่ใด คำตอบอยู่ที่ไหน หามันให้เจอ