28/04/2018

ใช่ลูกนายพันใช่หลานนายพล...โถเราแค่พลทหาร

 

       เดือนเมษายนของทุกปี เป็นฤดู ‘เกณฑ์ทหาร’ หรือที่ภาษาราชการเรียกว่า ‘การตรวจเลือกทหาร’ รายการข่าวทุกช่องโทรทัศน์จึงมีภาพบรรยากาศการจับใบดำใบแดง อันเป็นวิธีการตรวจเลือกทหารมานำเสนอสร้างความสนุกสนานแก่คนดู
       คนดูสนุกสนาน
       แต่คนที่มีรายชื่อตามหมายเรียก 
       เหมือนตกนรก!

 

 

       ตามกฎหมายไทยระบุเอาไว้ชัดเจนใน พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ว่า “ชายที่มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย มีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน”
       พออายุ 18 ปี ก็ต้องไปลงบัญชีเป็นทหารกองเกิน และเมื่ออายุเต็ม 20 ปีบริบูรณ์ ก็จะต้องไปรับหมายเรียกเพื่อไปคัดเลือกทหาร ซึ่งหากใครฝ่าฝืนไม่ไปรับหมายเรียก มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 300 บาท และหากฝ่าฝืนไม่ไปรับการตรวจเลือก หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าการจับใบดำใบแดงนั่นแหละ ก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
       ผมทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่มีหน้าที่ตรวจอนุญาตให้คนเดินทางเข้าออกประเทศ คุณรู้ไหมครับ ว่าสถิติการจับกุมดำเนินคดี ณ สนามบิน สำหรับคนไทย คือข้อหาอะไร ?
       ...หนีทหารครับ!
       ผมจำได้ว่าสมัยเด็ก คุณครูมักถามเด็กทุกคนว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร ?” ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ ก็มักเป็นอาชีพเบสิกที่เด็กในวัยไร้เดียงสารู้จักดี ดังเช่น ตำรวจ ทหาร หมอ พยาบาล คุณครู (เด็กมันคงยังไม่รู้จักอาชีพแอร์โฮสเตส โปรแกรมเมอร์ ดีไซน์เนอร์ หรือขายตรงหรอกเนอะ) 
       ทหาร คือหนึ่งในอาชีพในฝันของเด็กผู้ชาย ที่อยากโตขึ้นมาแล้วสวมเครื่องแบบสีเขียวลายพรางถือปืนเท่ ๆ เหมือนพระเอกในหนังในละคร แล้วทำไมเมื่อเด็กทุกคนโตพ้นวัยเดียงสา กลับไม่ปรารถนาจะก้าวเท้าเข้ากรมทหารในฐานะ ‘ทหารเกณฑ์’
       สาเหตุหลักที่ผมสอบปากคำจากผู้ต้องหาที่ถูกจับ ได้เหตุผลหลักมาสองส่วนครับ
       1. ตกงาน
       ช่วงเวลา 2 ปีที่ต้องเข้ากรมเพื่อรับราชการทหาร ใครที่มีงานประจำทำ ก็ต้องออกจากงาน (ไอ้กฎหมายแรงงานที่ให้ลางานรับราชการทหารได้ ก็ให้ลาได้แค่ปีละไม่เกิน 60 วัน สุดท้ายถ้าติดทหารจริง ๆ ก็ต้องเข้ากรมสองปี ไม่มีนายจ้างที่ไหนใจดี กันตำแหน่งไว้ให้เพื่อรอวันลูกจ้างกลับมาทำงานใหม่หรอกว่ะ) แล้วคิดดูสิ ปัจจุบันงานหายากจะตายห่า กว่าจะได้งานแต่ละที่ก็ต้องบนกันเก้าวัด แล้วจู่ ๆ จะต้องมาออกจากงานเพราะติดทหาร ออกจากกรมมาอายุก็เพิ่มขึ้นอีกสองปี สมัครงานใหม่ก็สู้เด็กรุ่น ๆ ที่ฟิตกว่า สดกว่า ไม่ได้ ลำบากหางานใหม่เลือดตาแทบกระเด็นอีก
       และหากใครคิดว่า เป็นทหารเกณฑ์สองปีอย่างน้อยก็ยังมีเงินเดือน คงพออยู่พอกินหรือพอส่งเสียเลี้ยงดูลูกเมีย พ่อแม่ได้ บอกเลยว่า “ไม่ มี ทาง!” เพราะเงินเดือนทหารเกณฑ์ ระดับ พ.1 ขั้น 1 (แรกเข้า) อัตรา 1,360 บาท 
       ย้ำ! หนึ่งพันสามร้อยหกสิบบาทถ้วน!!!
       เงินแค่นี้ กูเดินไปเซเว่นหน้าปากซอยครั้งหนึ่งก็หมดแล้ว ซึ่งถึงแม้เงินมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ฝึกทหาร แต่สูงสุดก็ไปตันแค่ 6,790 บาทเท่านั้น (ถึงแม้มันจะมีเบี้ยเลี้ยง แต่ก็หลักไม่เกินร้อยบาทต่อวัน ยิ่งถ้าคนที่ประจำอยู่ที่หน่วย จะถูกหักค่าข้าวค่ารถเหลือแค่วันละ 31 บาทเท่านั้น!!!)
       ไม่ต้องหวังจะส่งให้ใครเลย เก็บเงินแค่นี้ไว้เลี้ยงตัวเองให้รอดยังยากฉิบหาย

       2. กลัวการถูกทรมาน กลัวการถูกใช้งานไม่สมศักดิ์ศรี

 

 

       พลทหารยุทธกินันท์ บุญเนียม พลทหารวิเชียร เผือกสม พลทหารทรงธรรม หมุดหมัด พลทหารอภินพ เครือสุข พลทหารสมชาย ศรีเอื้องดอย ทั้ง 5 รายชื่อที่ผมเขียนนี้ คือรายชื่อทหารเกณฑ์ที่ ‘เสียชีวิต’ จากการฝึกทหารอันปรากฏเป็นภาพข่าวครึกโครม สร้างกระแสโจมตีกองทัพถึงความโหดร้ายในการฝึกซ้อมและลงโทษ ว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ 
       ผมเห็นข่าวแบบนี้ทุกปี แล้วแม่งก็เกิดมาให้ได้ก่นด่ากันทุกปี เท่ากับกองทัพไม่นำประสบการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น ไปพัฒนาปรับปรุงแก้ไขให้ครูฝึกมี ‘จรรยาบรรณ’ ในการฝึกทหารตามหลักสูตร ส่งผลให้มีคนตายเช่นนี้
       ลองคิดดูนะ ว่าหากคนที่ตายเป็นลูกเป็นหลานคุณ (หมายถึงไอ้ครูฝึกที่ทำระยำจนลูกหลานคนอื่นต้องตายน่ะ) จะรู้สึกยังไง อย่ามาบอกนะว่าเป็นชายชาติทหาร ตายในหน้าที่นับว่ามีเกียรติ ถ้าเป็นลูกเป็นหลานคงภาคภูมิใจ
       มึงอมพระประธานมาพูด กูก็ไม่เชื่อ!
       พอข่าวเช่นนี้ออกไป แทนที่ชายไทยจะกล้าตบเท้าเข้าไปรับใช้ชาติให้สมศักดิ์ศรี ก็พานต้องหวาดกลัวจนขี้หดตดหาย ไม่รู้ว่าตนจะกลายเป็นหนึ่งใน ‘ศพ’ ที่ไม่อาจทวงความยุติธรรมกลับมาได้เหมือนดังเช่นหลายศพก่อนหน้าหรือเปล่า
       อย่าไปด่าคนที่กลัวการเกณฑ์ทหารเลยว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย ไม่รักชาติ ถ้าในกรมยังมีเรื่องเลวระยำพรรค์นี้อยู่ ยังกำจัดครูฝึกใจหมาออกไปได้ไม่หมด คนจะรักตัวกลัวตายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่หว่า
       สุดท้าย... 
       เลิกซะทีเหอะ กับการเอาทหารเกณฑ์ไปเป็น ‘คนรับใช้’ ทำงานบ้านให้นายทหารระดับสูง การกระทำแบบนี้เข้าข่าย ‘ทุจริต’ ชัด ๆ เพราะไม่มีเขียนไว้ในระเบียบกฎหมายว่าให้นายทหารสามารถนำทหารเกณฑ์ไปเป็นคนรับใช้ในบ้านได้ ซึ่งหน้าที่ของทหารก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นกำลังปกปักรักษาอธิปไตยชาติ

 

 

       เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เป็นหนึ่งในผู้ถูกเรียกให้ไปคัดเลือกทหาร ได้ชูป้ายกระดาษที่มีข้อความว่า ‘การรักชาติควรทำได้หลายทาง การบังคับเกณฑ์ทหารเป็นสิ่งล้าสมัยและเกินจำเป็น’
       จากนั้นไม่นาน มีผู้หญิงคนหนึ่งแชร์โพสต์ข่าวเนติวิทย์ไปบนเฟซบุ๊กส่วนตัว และด่ากราดด้วยถ้อยคำรุนแรง ไล่ไปใส่ผ้าถุง แค่เกณฑ์ทหารยังไม่กล้า ตอนแรกผมก็คิดว่านางมีจิตใจรักชาติ ด่าเนติวิทย์ด้วยเลือดรักชาติเข้มข้น กำลังจะพิมพ์ชม ปรากฏว่านักสืบโลกไซเบอร์ไปคุ้ยในเฟซบุ๊กของนาง ว่าในอดีตเคยโพสต์ภาพ ‘บ้าน’ ของตนเองที่มีทหารรับใช้ไปขัดถูทำความสะอาด และมีแคปชั่น “สะอาด ๆ หนาออเจ้า”
       ...ลูกนายทหารใหญ่ที่ทนไม่ได้หากบ้านตัวเองจะขาดคนใช้นี่หว่า ดอกเอ๊ย!
       ผมไม่เห็นด้วยกับเนติวิทย์กรณีบังคับเกณฑ์ทหารนะครับ เพราะส่วนตัวเชื่อว่าระบบเกณฑ์ทหารยังจำเป็นต้องมีอยู่ เพื่อเป็นกำลังยามประเทศมีภัยสงคราม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าสถานการณ์ความรุนแรงของโลกจะนำให้สงครามที่ว่าเกิดขึ้นในเร็ววันหรือไม่
       แต่ทหารควรมีหน้าที่เป็น ‘รั้วของชาติ’
       ไม่ใช่เป็นคนรับใช้ไปขัด ‘รั้วบ้านใคร’ 

 

เครดิตภาพ : matichonsanookblogazinetaharnkla

เรียบเรียงโดย

ธุวัฒธรรพ์

นักเขียน นักร้อง วิทยากร ที่มีงานอดิเรกเป็นตำรวจ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อังคาร
เมื่อความรักที่ได้มันไม่ได้มาจากหัวใจ นับประสาอะไรกับความมั่นคงที่จะตามมา ถ้าความรักและความปรารถนามันมาจากเงินตรา สิ่งที่ตามมามันก็คงคือเกมส์ เกมส์ของชีวิต รักแท้อยู่ที่ใด คำตอบอยู่ที่ไหน หามันให้เจอ