07/05/2018

ผีมาส่ง

       เคยได้ยินไหมว่า เวลาเรากลับจากงานศพของเพื่อนหรือคนที่ผูกพันกันมาก ๆ คนตายมักจะเป็นห่วงและตามมาส่งที่บ้าน
       พ่อของฉันมีเพื่อนรุ่นพี่ที่รักกันมากอยู่คนหนึ่งชื่อ ‘ลุงบุญ’ แกเป็นชาวบ้านธรรมดา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่วันไหนที่ไม่มีงานพ่อก็จะวานลุงบุญให้มาช่วยทำงานเสมอ แต่พ่อกับลุงบุญเหมือนเพื่อนรักกันมากกว่า เพราะนอกจากจะให้มาทำงาน พ่อมักชวนลุงทำกับข้าว ซึ่งชาวเหนือคงหนีไม่พ้น ‘ลาบ’ วันไหนลุงบุญมาทำงาน วันนั้นตอนเย็นต้องมีลาบ บางคราวลุงบุญไปหาปลาก็จะหิ้วปลามาทำลาบที่บ้านเรา พ่อไว้ใจลุงบุญมาก เวลาเราต้องไปต่างจังหวัดหลายวันก็จะให้ลุงมานอนเฝ้าบ้านเราทุกครั้ง
       พอลุงแก่ตัวเริ่มทำงานไม่ได้และป่วยหนักอยู่เป็นปี ฉันก็ไม่ได้เจอลุงอีก จนในที่สุดลุงก็ยื้อกับมัจจุราชไม่ไหว 
       งานศพคืนแรกของลุงพ่อสั่งให้ฉันเฝ้าบ้าน ส่วนพ่อรีบอาบน้ำแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ไปงานศพลุงทันที พ่อบอกว่า
       “จะไปช่วยเขาทำลาบหมูไว้หน้าโลงศพลุง เพราะลุงชอบกินลาบที่พ่อปรุงที่สุด”
       แม่ไปช่วยงานลุงจนสวดเสร็จประมาณสองทุ่มก็กลับบ้าน แต่พ่อยังไม่กลับ เพราะจะอยู่ช่วยเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้อีกหน่อย
       สำหรับบ้านนอกแล้ว หลังสองทุ่มผู้คนก็พากันปิดไฟนอน ดังนั้นสามทุ่มกว่า ๆ บรรยากาศจึงเหมือนดึกสงัด เงียบและมืดสนิท เหลือเพียงไฟส่องถนนพอเห็นแสงวอมแวมเท่านั้น ฉันรอพ่อกลับอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านด้วยความเป็นห่วง เพราะบ้านลุงอยู่ลึกเข้าไปในซอยท้ายหมู่บ้าน แถมยังต้องผ่านทางสามแพร่งที่ว่ากันว่าตรงนั้นมีผีตายโหงตายห่าที่หาตัวตายตัวแทนอยู่ 
       ท่ามกลางความเงียบ ฉันได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ของพ่อ จึงลุกขึ้นยืนรอรับ และเพียงเท่านั้นฉันก็เห็นจากไกล ๆ ว่าพ่อขี่รถเลียบริมถนนโดยมีคนซ้อนท้ายอยู่ แต่พลันที่พ่อขี่รถลับตาฉันไปเพราะผ่านต้นไม้ใหญ่ มาโผล่ในครรลองสายตาอีกครั้งตอนเข้ามาในบริเวณรั้วบ้าน ฉันกลับไม่เห็นใครซ้อนท้ายพ่อเลย
     
 “อ้าว พ่อ ใครมาส่งพ่อน่ะ” ฉันโพล่งถามไปทันที แต่พ่อเหมือนไม่ได้ยิน แล้วขึ้นบ้านมาพร้อมกลิ่นเหล้าหึ่งติดตัว ฉันจึงเปลี่ยนคำถาม “นี่พ่อกินเหล้าเหรอ กินทำไมเนี่ย”
       “พ่อกินเป็นเพื่อนลุงหน้าโลงศพเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ได้เมาหรอก กินนิดเดียว” ...กินนิดเดียวแต่กลิ่นเหล้าหึ่ง...ฉันจึงเข้าใจว่าเพราะพ่อเมา ลูกหลานลุงคงซ้อนท้ายมาส่งพ่อ แล้วกระโดดลงรถไปตอนที่พ่อขี่เข้าบ้าน
       “แล้วใครมาส่งพ่อล่ะ” ฉันหวังว่าจะได้ยินชื่อลูกชายลุง
       “ไม่มีใครมาส่ง พ่อมาคนเดียวสิ” แต่นั่นกลับเป็นคำตอบของพ่อ
       “อ้าว ก็หนูเห็น...” ยังพูดไม่ทันจบแม่ก็เดินเข้ามาสะกิดฉันเสียก่อน พลางบอกว่า 
       “ไม่ต้องพูด” ทำให้ฉันต้องหุบปาก แล้วปล่อยให้พ่อเตรียมตัวเข้านอน แม่มาถามฉันทีหลังว่า “ไปเห็นอะไรเข้า” ฉันจึงบอกสิ่งที่เห็นให้แม่ฟัง 
       “ไม่เห็นหน้านะแม่ แต่ตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ ผิวคล้ำหน่อยหรือเป็นเพราะใส่เสื้อสีออกดำ ๆ ก็ไม่รู้” ฉันนึกไม่ออกว่าเป็นใคร
       “เหมือนเสื้อหม้อห้อมหรือเปล่า ?” แม่คะเนเหมือนรู้ลักษณะของคน ๆ นั้น
       “ใช่ ๆ” ฉันตอบรับ “แม่รู้ได้ไง แม่เห็นเหรอ ?”
       “เปล่า” แม่ส่ายหน้าแล้วเงียบไป ก่อนจะบอกว่า
“ก็ลุงบุญไง ลุงบุญคงเป็นห่วงพ่อเลยมาส่งละมั้ง จำไม่ได้เหรอ ลักษณะแบบนี้มีอยู่คนเดียว” 
       เพียงแม่บอกเท่านั้น ฉันก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว แม่สั่งห้ามฉันไม่ให้บอกพ่อ เพราะพ่อเป็นคนกลัวผี เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เรารู้กันเพียงสองคนแม่ลูก ไม่เคยให้พ่อได้รู้เลยจนบัดนี้ว่า “ลุงบุญนั่งซ้อนท้ายรถมาส่งพ่อหลังกลับจากงานศพคืนแรกด้วยความเป็นห่วง”
       คุณล่ะเคยไปงานศพใครไหม ?
เคยลองมองรอบตัวหรือเปล่าว่าตอนถึงบ้านเจ้าของงานศพมาส่งคุณบ้างหรือเปล่า ?

" style="max-width: 100%;">

เรียบเรียงโดย

อรุณวตี

‘อรุณวตี’ เป็นผู้หญิงที่เกลียดกลัวการเห็นผี…แต่ก็ได้เจอดีเกือบทุกรูปแบบ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | เสาร์
5 ปีก่อนเคยมีแม่บ้านลบหลู่ดูหมิ่นเจ้าพ่อและจบชีวิตลงด้วยการตายปริศนา 5 ปีต่อมาคล้ายว่ามันจะเกิดขึ้นอีก เพราะอาถรรพ์หรือความเมามันเกินเหตุของมนุษย์ ที่ทำให้ต้องมีคนตาย ติดติดตามได้ใน Death Channel